อะไรบ้างที่ต้องเจอ เมื่อคุณคือผู้ต้องหาคดี เมาแล้วขับ

เมาแล้วขับ

หลายๆคน เวลาอยู่ท่ามกลางเพื่อนฝูง มือถือแก้วเหล้า แก้วเบียร์ ทุกอย่างก็สนุกสนาม เฮฮา มีความสุขที่สุด แต่ตอนแยกย้ายกันกลับบ้านนี่สิ ถ้ากลับแท็กซี่ก็ดีไป ตัวเราเองก็ปลอดภัยรวมถึงคนอื่นๆ ก็ปลอดภัย แต่ถ้าต้องขับรถกลับเอง อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับโชค และความสามารถเฉพาะตัว ว่าจะกลับถึงบ้านได้อย่างปลอดภัยดีไหม แต่ถ้าโชคไม่ดีระหว่างทางเจอเจ้าหน้าที่ตำรวจ รับรองเลยว่าจะเป็นประสบการณ์ที่คุณจะไม่ลืม

ในทางกฎหมายถ้าปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกาย เกินกว่า 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ก็ถือว่าเข้าข่ายเมาแล้วขับแล้ว เพียงแต่ปริมาณแอลกอฮอล์ที่มากขึ้นก็จะส่งผลต่อโทษที่คุณจะได้รับนั่นเอง

โดยในบทความนี้จะพูดถึงเรื่องโทษที่จะได้รับ และ ขั้นตอนที่คุณจะต้องเจอ

ซึ่งโทษของการเมาแล้วขับ ความหนักเบาจะขึ้นอยู่กับผล ของการเมาแล้วขับ ว่าสร้างความเสียหายให้กับบุคคลอื่นมากน้อยเพียงใดโดยมีการแบ่งเป็นระดับ ดังนี้คือ

  1. กรณีที่เมาแล้วขับปกติ ทีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับขั้นต่ำ 10,000 บาทถึง 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากนี้ยังถูกศาลสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ มีกำหนดไม่น้อยกว่า 6 เดือนหรือเพิกถอนใบอนุญาต จนถึงการยึดรถที่ใช้ไม่เกิน 7 วัน
  2. กรณีเมาแล้วขับจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่ร่างกายหรือจิตใจ มีโทษจำคุก 1-5 ปี ถูกปรับ 20,000 ถึง 100,000 บาท และถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ไม่น้อยกว่า 1 ปีหรือเพิกถอนใบอนุญาต
  3. กรณีเมาแล้วขับจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายอย่างสาหัส มีโทษจำคุก 2-6 ปี ปรับขั้นต่ำ 40,000 ถึง 120,000 บาท ถูกพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ไม่น้อยกว่า 2 ปี หรือเพิกถอนใบอนุญาต ( อย่างสาหัสคือแพทย์ลงความเห็นให้พักเกินกว่า 21 วัน )
  4. กรณีเมาแล้วขับจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่กรรม มีโทษจำคุก 3-10 ปี ปรับเป็นเงิน 60,000 ถึง 200,000 บาทรวมถึงถูกเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ทันที

ในส่วนของการประกันภัยนั้น คุณจะสามารถใช้สิทธิ์ได้ตาม พรบ. ที่คุณซื้อเท่านั้น คือ ถ้ามีคนเจ็บจะมีวงเงินรักษาอยู่ที่ 80,000 บาทต่อคน ถ้ามีคนเสียชีวิต หรือทุพพลภาพอย่างถาวร มีวงเงินชดเชยที่ 300,000 บาท แต่ในส่วนของกรมธรรม์ภาคสมัครใจ ไม่ว่าคุณจะซื้อกรมธรรม์ประเภท 1 หรือประเภท ใดๆ ก็ตาม กรมธรรม์จะปฏิเสธความคุ้มครองโดยทันที เพียงแต่กฎหมายยังคงให้ความคุ้มครองผู้ได้รับความเสียหาย โดยการให้บริษัทประกันภัยทำการจ่ายค่าสินไหมให้กับผู้เสียหายไปก่อน และมาเรียกคืนจากผู้ที่เมาและขับ ต่อไปในภายหลัง

ดังนั้นในกรณีนี้หมายความว่า ถ้ามีคนได้รับบาดเจ็บสาหัส อาจต้องเข้ารับการผ่าตัด ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล ส่วนที่เกินกว่า 80,000 บาท ผู้ที่เมาแล้วขับ จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบเองทั้งหมด ซึ่งยังรวมไปถึงค่าใช้จ่ายในการซ่อมรถยนต์ของฝ่ายเราและฝ่ายคู่กรณีอีกด้วย

ในส่วนของขั้นตอนปฏิบัติที่หลังจากถูกจับเป่าแอลกอฮอล์ แล้วเกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ซึ่งหมายความว่าคุณคือผู้กระทำความผิดในฐาน เมาแล้วขับ สิ่งที่คุณจะต้องเจอก็คือ

  1. เจ้าพนักงานจะขับรถยนต์ของคุณและพาคุณไปที่สถานีตำรวจ
  2. เมื่อไปถึงก็จะทำการลงบันทึกประจำวัน ปั๊มรอยนิ้วมือ และนำตัวคุณเข้าห้องขัง
  3. โดยคุณจะต้องอยู่ในห้องขังเพื่อรอการขึ้นศาล ข้อควรระวังก็คือ ถ้าคืนนั้นเป็นคืนวันเสาร์ คุณจะต้องอยู่ในห้องขังจนถึงเช้าวันจันทร์ เนื่องจากศาลปิดในวันอาทิตย์
  4. คุณอาจจะต้องใช้วิธีการประกันตัวออกมาจากห้องขัง ซึ่งต้องใช้เงินในการประกันตัวขั้นต่ำ 20,000 บาท
  5. เจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำการนัดหมาย เพื่อไปขึ้นศาล โดยคุณต้องไปรับใบส่งตัวที่สถานีตำรวจ
  6. เมื่อไปขึ้นศาล ศาลก็จะพิจารณาเรื่องค่าปรับ และโทษ โดยดูจากปริมาณแอลกอฮอล์ที่คุณมีในร่างกาย ,พฤติกรรมเมื่อถูกจับกุมว่าให้ความร่วมมือหรือไม่ , การสารภาพหรือปฏิเสธ และ ปัจจัยอื่นๆ ประกอบกันไป
  7. โดยวงเงินที่ถูกปรับและโทษ ก็จะเป็นไปตามความผิดที่ได้กล่าวมาแล้วด้านบน
  8. โดยหลังจากถูกพิพากษาแล้ว คุณสามารถไปขอเงินประกันตัวคืนได้ที่สถานีตำรวจ โดยยื่นหลักฐานการเสียค่าปรับ

คุณคงเห็นแล้วว่า ผลที่ตามมาไม่คุ้มกันเลยกับการขับรถหลังจากการดื่ม เพราะถ้าเกิดมีคนได้รับบาดเจ็บสาหัส ทรัพย์สินเสียหายมากมาย ย่อมหมายความว่าคุณจะมีคดีติดตัวแล้ว คุณยังต้องเสียเงินก้อนโตเพื่อชดใช้คู่กรณีและซ่อมแซมรถยนต์ของคุณเองด้วย ดังนั้นทุกครั้งที่ดื่ม การเลือกที่จะไม่ขับเป็นสิ่งที่ดีที่สุด

 

สนใจทำประกันรถยนต์ สามารถติดต่อเราได้ เพราะเรามีประสบการณ์โดยตรงในการประกันภัย เราสามารถให้คำปรึกษา บริการ และให้คำแนะนำได้

TEL : 02-848-9858-9 , Mobile 083-246-3599 , Line@ @k.strong ,

Email : bt.kstronginsure@gmail.com