ขับรถชนบ้านตัวเอง

ขับรถชนบ้านตัวเอง ! บ้าน-รถ เสียหาย ประกันจ่ายหรือไม่ ?

เสียงดังโครม ! ประตูไม้บานใหญ่หล่นลงมาทับรถยนต์คันสวยเสียหายไปทั้งส่วนหลัง เศษปูนกระจัดกระจายอยู่เต็มพื้น สาวน้อยร่างเล็กวิ่งลงมาจากรถด้วยความตกใจ ข้อความทั้งหมดนี้ คือผลที่เกิดขึ้น ณ ตอนนี้

เราจะพาท่าน ย้อนกลับไปดูเหตุการณ์เมื่อ 5 นาที ก่อน

สิริทรัพย์ คุณแม่ลูก เพื่งจะเสร็จภารกิจ ป้อนข้าว – อาบน้ำ ลูกชายวัยแสนซน

เหลือบไปเห็นนาฬิกาเป็นเวลา 10.30 น. ก็พลันนึกขึ้นได้ว่าตัวเองมีนัดเวลา 12.00 น. จึงรีบเร่งแต่งตัวแล้วกระโดดขึ้นรถคู่ใจทันที

ในขณะที่เท้าเหยียบเบรค และ กำลังกดปุ่ม Push Start อยู่นั้นเอง เสียงโทรศัพท์มือถือก็ดังเข้ามา เธอรับสาย และเริ่มต้นเจรจากับคู่สายที่อยู่อีกฟากหนึ่งอย่างออกรสออกชาติ แต่เธอก็ไม่ลืมนัดหมายสำคัญ เป้าหมายคือร้าน Wedding Studio หรู ย่านถนนเพชรบุรีตัดใหม่

มือซ้ายของเธอตบเกียร์ อย่างคล่องแคล่ว พร้อมกับ ขาขวาเหยีบนคันเร่งเต็มแรง ประหนึ่ง นางเอก Fast & Furious มาเอง

ทันใดนั้นเอง รถพุ่งออกตัว อย่างรวดเร็ว แต่แทนที่จะวิ่งไปข้างหน้า มันกลับถอยหลังทะยานไปชนบ้าน เสียงดังโครม ลั่น … ไปไกลหลายร้อยเมตร สภาพคือบ้านหลังงาม หลังนี้ได้รับความเสียหายจนประตูไม้คู่บานใหญ่ หลุดออกมากองทับอยู่บนรถคันที่ก่อเหตุ

สาวต้นเรื่องร้องลั่นรีบขอวางสายกับกับคู่สนธนาและดีดตัวออกมาจากรถ ด้วยความตกใจ ยืนดูซากความเสียหาย อย่าง งง งง

จากผลงานที่เธอทำไปหลังจากนั้นไม่นาน เธอก็นึกขึ้นได้ว่า รถคันนี้มีประกันประเภท 1 อยู่กับบริษัทประกันภัยตงฉิน จำกัด

เธอจึงกดมือถือ เพื่อทำการแจ้งเคลม ดังเช่นประจำที่เธอเคยทำมา ไม่นานนัก พนง.เคลมก็มาถึงที่เกิดเหตุ ด้วยความรวดเร็ว

เธอโล่งใจ ยิ่งนัก กะว่าคราวนี้ เคลมคุ้ม ค่าเบี้ยแน่นอน ทั้งรถยนต์ และ บ้าน ความเสียหายคงไม่ต่ำกว่า 6 หลัก

แล้วเธอก็เริ่มสาธยาย บอกรายละเอียดว่าบ้านหลังนี้เธอแต่งไปหลายตังส์ เป็นบ้านที่เธอภูมิใจมากๆ ต้องการให้กลับมาสวยเหมือนเดิม

นาย เค ( K ) พนักงานเคลม ยิ้มมุมปาก สีหน้ากังวัลเล็กน้อย และ ก็เริ่มทำหน้าที่ของตน ถ่ายรูป เก็บข้อมูล ขูดเลขเครื่อง และ ออกใบเคลม ตามขั้นตอน เสร็จแล้วจึงนำใบเคลมมาให้ คุณสิริทรัพย์ ลูกค้าเซ็นต์ … ปรากฎการณ์ การวีน จึงเริ่มต้นขึ้น เมื่อคุณลูกค้าทราบว่า บริษัทประกันรับผิดชอบเพียงความเสียหายต่อตัวรถยนต์ แต่ไม่รับผิดชอบความเสียหายที่มีต่อตัวบ้าน

ลูกค้า :: ” ทำไมถึงไม่ออกใบเคลม เพื่อรับผิดชอบความเสียหายของบ้านให้ช้านนนนนนนนนนน “

พนักงานเคลม :: ” ความเสียหายของบ้าน เป็นข้อยกเว้นครับ “

ลูกค้าคนสวย สวนทันควัน

ลูกค้า :: ” จะยกเว้นได้ยังไง 2 ปีก่อน มีคนขับรถมาชนรั้วบ้านชั้น ชั้นยังเคลมได้เลย บริษัทประกันอะไรเนี่ย ไม่ได้เรื่องเลย”

แล้วประโยคทองของลูกค้า เวลาเคลมไม่ได้ดังใจ จึงตามมา !!!

ลูกค้า :: ” ช้านจ่ายเบี้ยตั้งเยอะ ทำไมเคลมไม่ด้ายยยยย เจอกันในพันทิปแน่ “

เสียงเพลงของพี่เสกโลโซ ( ไม่อยากไปพันทิป ) ดังไปมาอยู่ในหัวของพนักงานเคลม หนุ่ม

และเขาก็เริ่มต้นอธิบายว่า

พนักงานเคลม :: ” สำหรับความเสียหายที่เกิดกับทรัพย์สินที่ผู้เอาประกันภัย ผู้ขับขี่ คู่สมรส บิดา มารดา และ บุตร ของผู้เอาประกันภัยเป็นเจ้าของ จะเป็นข้อยกเว้นของกรมธรรม์ครับ “

(พูดให้เข้าใจง่ายๆ คือ ทรัพย์สินของผู้เอาประกันและ คนในครอบครัว เป็นข้อยกเว้นความคุ้มครองนั้นเอง)

ลูกค้า :: ” เอาเปรียบกันชัดๆ เก็บเบี้ยไปแต่เคลมไม่ได้ “

พนักงานเคลม หนุ่ม จึงชี้ไปที่กรมธรรม์ประกันภัย และ อธิบายด้วยเหตุผล ว่า

พนักงานเคลม :: ” ในหน้าตารางกรมธรรม์ ถ้าพี่ดูที่ช่องกลางมันคือความคุ้มครองตัวรถยนต์ผู้เอาประกันภัยครับ ส่วนช่องที่อยู่ทางซ้าย จะพูดถึงความรับผิดต่อบุคคลภายนอก ทั้งในส่วนของ ชีวิต ร่างกาย และ ทรัพย์สิน ดังนั้น เมื่อเป็นบ้านหลังนี้พี่เป็นเจ้าของ ความเสียหายที่เกิดขึ้นก็ไม่ถือเป็นทรัพย์สินของบุคคลภายนอกครับ

ลูกค้า :: ” ทำไมไม่เคยรู้มาก่อนเลย ” คือประโยคสุดท้าย ที่ลูกค้าสาวลั่นออกมา

แต่ด้วยความที่ เธอ เป็นคนเข้าใจเหตุและผล เธอจึงรับฟังคำชี้แจง ของ พนง.เคลม รายนี้ และ ทำใจว่าต้องซ่อมบ้านของเธอเอง

เห็นไหมครับว่าเวลาเรียกร้องค่าสินไหม มันไม่ได้ขึ้นกับสิ่งที่เราคิดว่าจะได้ หรือ ไม่ได้ แต่มันขึ้นกับว่า เรารู้หรือไม่รู้ เงื่อนไขที่มีอยู่ในกรมธรรม์ มากกว่า

ลองมาเดากันดู นะครับว่า แล้วถ้าคุณสิริทรัพย์ มีการประกันบ้านพัก หลังนี้ไว้ เธอจะสามารถเคลมกับ กรมธรรม์ประกันบ้านพักได้ไหม