กรณีใบเคลมหายทำอย่างไร

เมื่อใบเคลมหายคุณก็จะไม่สามารถนำรถเข้าซ่อมได้ ดังนั้นสิ่งที่ต้องทำ คือคุณต้องขอสำเนาใบเคลมที่มีการรับรองจากบริษัทประกันภัยก่อนจึงจะนำรถเข้าซ่อมได้ โดยขั้นตอนคือ 1. ติดต่อบริษัทประกันภัยเพื่อขอเลขที่เคลม โดยแจ้งทะเบียนรถที่เกิดเหตุและวันเวลาเกิดเหตุ 2. แจ้งความเอกสารหายกับสถานีตำรวจในท้องที่ ที่เอกสารหาย เพื่อความสะดวกอาจแจ้งที่ สน. ใกล้บ้าน และแจ้งว่าเอกสารหายในพื้นที่นั้น โดยระบุข้อความลงในใบแจ้งความว่าเป็นใบเคลมของบริษัทประกันอะไร ออกให้กับรถยนต์ยี่ห้อ ทะเบียนอะไร และ เลขที่เคลมอะไร 3. เมื่อได้แจ้งความแล้ว ก็นำใบบันทึกประจำวันมาติดต่อบริษัทประกันภัย เพื่อขอสำเนาและให้ทางบริษัทประกันภัยรับรองสำเนาถูกต้องให้ 4. นำสำเนาใบเคลมที่รับรองแล้ว ไปใช้ได้แทนใบเคลมตัวจริง

อายุของใบเคลม

โดยปกติเมื่อได้รับใบเคลมมา ( ใบเคลมของบริษัทประกันภัยของผู้เอาประกันภัยเอง ) ควรนำรถเข้าซ่อม ภายใน 1 ปี หลังจากที่ได้รับใบเคลม เพราะในบางครั้งบริษัทประกันของเราอาจจะต้องไปเรียกเก็บความเสียหายจากคู่กรณี ซึ่งอายุความจากการละเมิดก็มีอายุความ 1 ปี ดังนั้นเพื่อให้รู้ค่าใช้จ่าย ที่เกิดจากความเสียหายที่ชัดเจน และง่ายต่อการเรียกร้องสิทธ์ เราจึงควรนำรถเข้าซ่อมภายในหนึ่งปี หลังจากได้รับใบเคลม เพราะถ้าเกินกว่านั้น บางบริษัทประกันจะไม่รับผิดชอบตามใบเคลมนั้นเลย

สิ่งที่ควรรู้ในใบเคลม

สิ่งสำคัญที่คุณต้องดูคือตรวจสอบว่าเอกสารแผ่นนั้นคือใบเคลม หรือเอกสารยืนยันการรับผิดชอบ นอกจากนั้นให้ดูว่าลงรายละเอียดถูกต้องหรือไม่ ทะเบียนรถ รายละเอียดตำแหน่งรถที่ได้รับความเสียหาย รายละเอียดที่บอกว่า ฝ่ายถูก ฝ่ายผิด คดีความ( กรณีที่ยังไม่สรุปผล ) ดูว่าถูกต้องตามความเป็นจริงหรือไม่ ดูว่ามีการลงความเสียหายส่วนแรกหรือส่วนร่วมที่ผู้เอาประกันต้องรับผิดชอบหรือไม่ ถ้ามีต้องดูว่าด้วยเงื่อนไขใดและถูกต้องหรือไม่ ดูว่าพนักงานที่มาปฎิบัติหน้าที่ชื่ออะไร เผื่อกรณีที่มีปัญหาจะได้ติดต่อได้ เมื่อตรวจสอบว่ารายละเอียดทั้งหมดถูกต้องแล้วจึงลงลายมือชื่อรับเอกสารนั้น

ใบเคลมคืออะไร สำคัญอย่างไร

ใบเคลมถือเป็นเอกสาร หลักฐานสำคัญ ที่ผู้ขับขี่จะต้องได้รับหลังจากการเกิดอุบัติเหตุ ( กรณีที่ประกันประเภท 1, 2+, 3+ ผู้เอาประกันจะต้องได้รับ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายถูก หรือ ฝ่ายผิด ในอุบัติเหตุครั้งนั้นก็ตาม แต่ถ้าเป็นการประกันประเภท 2, 3 จะได้รับกรณีที่ผู้เอาประกันเป็นฝ่ายถูกเท่านั้น และจะได้รับจากบริษัทประกันของคู่กรณีที่เป็นฝ่ายผิด ) ในกรณีผู้เอาประกันได้รับใบเคลมจากพนักงานของบริษัทประกันของผู้เอาประกันเอง ก็สามารถนำใบเคลมนั้นเข้าซ่อมศูนย์ หรือ อู่ คู่สัญญาของบริษัทประกันนั้นได้เลย แต่ถ้าในกรณีที่ประกันประเภท1 และผู้เอาประกันเป็นฝ่ายถูก บางครั้งเพื่อประหยัดเวลาจึงไม่ได้เรียกประกันของตนมา บริษัทของคู่กรณีก็จะออกใบเคลม ถ้าเป็นกรณีเช่นนี้เพื่อความแน่นอนในการเคลม ควรนำใบเคลมดังกล่าวและรถยนต์ที่เกิดเหตุเข้าไปติดต่อบริษัทประกันของตนเอง เพื่อเปลี่ยนเป็นใบเคลมบริษัทประกันที่ตนเองประกันจะเป็นการดีที่สุด เพราะจะทำให้ความน่าเชื่อถือ และ อายุการใช้งานของใบเคลมนั้นยาวขึ้น และที่สำคัญก็จะแน่ใจได้อย่างเต็มที่ว่าความเสียหายนั้นสามารถซ่อมได้อย่างแน่นอน ในบางครั้งเมื่อได้รับเอกสารมาจากพนักงานเคลม ควรอ่านดูให้ละเอียดว่าเป็นใบอะไร เพราะบางครั้งพนักงานจะออกให้เพียงใบติดต่อ มิใช่ใบเคลม ซึ่งอาจมาจากพนักงานที่ออกตรวจสอบที่เกิดเหตุนั้นเป็นเพียง Surveyor ที่บริษัทประกันใช้บริการอีกทีหนึ่ง หรืออาจเกิดจากกรมธรรม์ของคุณยังมีปัญหาเช่นอาจยังค้างการชำระเบี้ย หรือปัญหาอาจเกิดขึ้นจากตัวคนขับ เช่นไม่มีเอกสารใบขับขี่มายืนยัน ดังนั้นทุกครั้งที่ได้รับเอกสารต้องตรวจดูอย่างละเอียด เพราะหมายถึงสิทธิประโยชน์ของคุณที่จะตามมานั่นเอง