การเคลมประกัน รถชนมีคู่กรณี รีบต้องการแยกกันก่อน

เคลมสดกรณีพิเศษ คือในบางครั้งเมื่อเกิดอุบัติเหตุรถชนกัน บางครั้งสภาวะแวดล้อมก็อาจไม่เอื้ออำนวยให้สามารถรอพนักงานเคลมมาเปิดเคลมได้ ซึ่งเป็นไปได้ว่าคู่กรณีทั้ง 2 ฝ่ายต่างมีธุระต้องรีบไปทำ หรือตอนเกิดเหตุนั้น เป็นเวลากลางคืนประกอบกับสถานที่เกิดเหตุค่อนข้างเปลี่ยว ซึ่งอาจจะเป็นประเด็นในเรื่องของความปลอดภัย ดังนั้นในทางปฎิบัติการรอพนักงานเคลมเพื่อจะมาดำเนินการตามขั้นตอนนั้นอาจจะไม่สามารถทำได้ ถ้าอย่างนั้นจะมีวิธีการใดบ้างที่เรายังสามารถรักษาสิทธิ์ในการเคลมประกัน โดยที่ไม่ได้ทำตามขั้นตอนปกติ สามารถทำได้ครับ แต่ต้องเป็นกรณีที่ไม่มีผู้บาดเจ็บเท่านั้นนะครับ โดยสามารถทำได้ดังต่อไปนี้ครับ กรณีที่คู่กรณีทั้งสองฝ่ายมีประกันด้วยกันทั้งคู่ และสามารถตกลงกันได้ว่าใครเป็นฝ่ายถูกหรือผิด ถ้าทั้ง 2 ฝ่ายมีเอกสารที่เรียกว่า Knock to knock ก็สามารถกรอกข้อความในเอกสารนั้น แล้วแลกกันได้เลย โดยรายละเอียดที่ต้องกรอกนั้นจะประกอบด้วย รายละเอียดรถของคู่กรณี รายละเอียดรถ ความเสียหายที่เกิดขึ้น หลังจากนั้นต่างฝ่ายก็นำใบที่ได้จากคู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งไปเปิดเคลมที่บริษัทประกันซึ่งตนทำประกันอยู่ได้เลย ถ้าในกรณีที่ไม่มีใบ Knock to knock กรณีแยกกันก่อนแล้วนัดมาเคลมทีหลังอีกครั้ง เป็นกรณีที่ต่างฝ่ายสามารถตกลงกันได้ว่าใครเป็นฝ่ายถูกหรือผิด และสามารถไว้วางใจซึ่งกันและกันได้ นอกจากนั้นทั้งสองฝ่ายไม่ลำบากหรือยุ่งยากมากนักที่จะต้องมาพบกันอีกครั้ง โดยส่วนใหญ่ที่พบก็คือ ทั้งสองฝ่ายรู้จักกันอยู่แล้วหรือต่างรู้จักที่มาที่ไปซึ่งกันและกัน ตอนเกิดเหตุปรากฎว่าต่างฝ่ายต่างติดธุระไม่สะดวกที่จะรอพนักงานเคลม จึงได้แยกกันไปก่อนและนัดหมายจะมาเจอกันอีกครั้งตอนที่สะดวกโดยแต่ละฝ่ายก็แจ้งประกันของตัวเองมา นำรถที่เกิดเหตุและคนขับทั้ง 2 ฝ่ายมาเพื่อเปิดเคลม ถ้าเป็นกรณีที่คู่กรณีทั้ง 2 ฝ่ายอยู่ห่างไกลกันและไม่สะดวกที่จะมานัดเคลมอีกครั้ง ก็สามารถทำได้โดยคู่กรณีฝ่ายที่ผิดติดต่อไปที่บริษัทประกันของตน แล้วแจ้งว่าตนได้ชนกับรถยนต์ ยี่ห้ออะไร ทะเบียนอะไร ผู้ขับขี่คือใคร วันที่เท่าไหร่ สถานที่คือที่ไหน […]

การเคลมประกัน รถชนมีคู่กรณี การใช้ใบ KNOCK TO KNOCK

สำหรับกรณีนี้ใช้สำหรับการประกันภัยรถยนต์ของคู่กรณีทั้งสองฝ่ายเป็นการประกันประเภท 1,2+ หรือ 3+ และ คู่กรณีทั้ง 2 ฝ่าย สามารถตกลงกันได้ว่าใครถูก-ผิด และมีใบยืนยันการเกิดเหตุด้วยกันทั้งคู่ โดยต่างฝ่ายจะต้องกรอกรายละเอียด พร้อมเซ็นต์ชื่อ ลงในใบยืนยันการเกิดเหตุของตน และ มอบให้คู่กรณีฝ่ายตรงข้ามเก็บไว้เป็นหลักฐาน โดยหลักๆ รายละเอียดในใบยืนยันการเกิดเหตุจะเป็นดังนี้ ส่วนที่ 1 เป็นรายละเอียดของรถคันที่เอาประกัน ซึ่งไม่ต้องกรอกเพราะบริษัทประกันจะพิมพ์มาให้แล้ว ซึ่งรายละเอียดก็ได้แก่ชื่อผู้เอาประกัน, เลขที่กรมธรรม์, ยี่ห้อรถ, รุ่นรถ, เลขตัวถัง, ระยะเวลาคุ้มครอง ส่วนที่ 2 เป็นรายละเอียดของผู้เอาประกันและข้อมูลของการเกิดเหตุ ซึ่งส่วนนี้ผู้ขับขี่รถยนต์ในขณะเกิดเหตุต้องเป็นผู้กรอก ด้วยลายมือตนเอง ได้แก่ • ชื่อ-นามสกุล, ผู้ขับขี่, เลขที่ในใบขับขี่, เบอร์ที่ติดต่อได้ • ทะเบียนรถคู่กรณี, สถานที่เกิดเหตุ, วันเวลาที่เกิดเหตุ, ใครคือฝ่ายผิด – ใครคือฝ่ายถูก • ผู้ขับขี่ทั้ง 2ฝ่าย ลงลายมือชื่อรับรอง ส่วนที่ 3 ตำแหน่งที่บอกถึงความเสียหายที่เกิดจากการชนกันของรถทั้ง 2 คัน โดยทำเครื่องหมายบนรูปรถ […]