ประกันสุขภาพคืออะไร

ประกันสุขภาพคืออะไร

เนื่องจากคนเราทุกคนเมื่อเกิดมาแล้ว ย่อมหนีไม่พ้นเรื่องของโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการเจ็บป่วยธรรมดา เช่น ไข้หวัด ท้องเสีย หรือการเจ็บป่วยที่ต้องปรึกษาหมอ ต้องพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล เช่น ไข้หวัดใหญ่ บ้านหมุนรุนแรง บางกรณีอาจถึงขั้นต้องผ่าตัดเพื่อทำการรักษา เช่น ไส้ติ่งอักเสบ , การผ่าเอาก้อนเนื้อออก หรือ อาจเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงต้องผ่าตัดเพื่อช่วยชีวิต รวมไปถึงโรคร้ายแรงต่างๆ เช่น  โรคหัวใจ โรคไต มะเร็ง และอื่นๆ

จะเห็นได้ว่าระดับความรุนแรงของโรคที่เป็นนั้น ส่งผลต่อวิธีการในการรักษา ระยะเวลาในการรักษา และ ค่าใช้จ่ายในการรักษาทั้งสิ้น ถามว่าเราห้ามหรือเลือกได้ไหมว่าจะเป็นหรือไม่เป็นโรคใด แน่นอนในความเป็นจริงมันไม่สามารถหลีกเลี่ยงหรือเลือกได้ อุปนิสัยที่เราเป็น อาหารการกินของเรา หรืออายุที่เพิ่มมากขึ้น ย่อมส่งผลให้เสี่ยงต่อการเป็นโรคที่ร้ายแรงมากขึ้นเป็นเงาตามตัว

ประเด็นก็คือ ถ้าคุณเกิดโชคร้ายเป็นโรคร้ายแรง เช่น เนื้อร้ายต่างๆ แล้วค่าใช้จ่ายที่มากมายในการรักษาตัว คุณจะเอามันมาจากไหน

คุณมีเงินเก็บไหม ?

แล้วเงินเก็บที่คุณมีพอไหม และถ้าต้องใช้เงินทั้งหมดในการรักษาตัว คุณจะทำอย่างไร ?

คุณมีสวัสดิการหรือเปล่า ?

แล้วสวัสดิการที่คุณมี มันเพียงพอในการรักษาไหม ?

คุณเคยตั้งคำถามเหล่านี้ในวันที่ร่างกายคุณยังสมบูรณ์ สุขภาพคุณยังดีอยู่หรือไม่ ถ้าไม่เคยคุณควรตั้งคำถาม ณ. ตอนนี้เลย เพราะมันจะทำให้คุณเริ่ม วางแผนสุขภาพของคุณเอง ไม่ว่าเรื่องของการดูแลใส่ใจสุขภาพที่มากขึ้น หรือสวัสดิการในการรักษาพยาบาล ซึ่งส่วนนี้แหละที่ประกันสุขภาพจะเริ่มเข้ามามีส่วนช่วยคุณได้ เพราะ

ประกันสุขภาพ ก็คือหลักประกันความเสี่ยง ในเรื่องค่าใช้จ่ายของค่ารักษาพยาบาลไม่ว่าจะเกิดการเจ็บป่วยหรือการบาดเจ็บ โดยถ่ายโอนความเสี่ยงนี้ไปให้กับบริษัทประกันภัย ซึ่งมีต้นทุนที่ต้องจ่ายก็คือเบี้ยประกันภัย นั่นเอ

เบี้ยประกันภัยจะมากน้อย ก็ขึ้นอยู่กับ แบบประกันที่เราเลือก ,วงเงินทุนประกัน, อายุผู้เอาประกันภัย และปัจจัยอื่นๆ

หลายคนเคยมีความคิดว่า ทำไมต้องจ่ายเงินให้บริษัทประกันภัย เราเก็บออมเงินนั้นไว้เองก็ได้ เมื่อเจ็บป่วยขึ้นมาแล้วค่อยนำมารักษาตัวเอง

ขอยกตัวอย่างเพื่อจะทำให้เห็นความแตกต่างดังนี้ นะครับ

สมมติคุณเป็นผู้ชายอายุ 40 ปี ตอนนี้ร่างกายแข็งแรงดี คุณเก็บเงินทุกปีในธนาคาร ปีละ 30,000 บาท เป็นเวลา 20 ปี ตอนนั้นคุณจะได้เงิน ไม่เกิน 840,000 บาท ( คำนวณดอกเบี้ยสะสม3% ต่อปี ) ตั้งใจว่าเป็นอะไรขึ้นมาก็จะเอาเงินก้อนนี้มารักษาเอง

คำถามก็คือ

  1. ถ้าคุณโชคร้าย หลังจากนี้ 5 ปี คุณประสบอุบัติเหตุต้องผ่าตัดใช้เงินประมาณ 350,000 บาท เงินเก็บเวลานั้นพอรักษาตัวไหม ?
  2. คุณเก็บเงินได้ครบตามที่ตั้งใจ แต่พอคุณอายุ 62 ปี คุณพบว่าคุณเป็นโรคมะเร็งระยะลุกลาม ต้องใช้เงินเบื้องต้นในการรักษา 1,000,000.00 บาท เงินที่คุณมี ถามว่าพอจะรักษาตัวเองไหม ?

แต่คุณรู้ไหมว่า ถ้าคุณเป็นชายอายุ 40 ปี คุณอาจใช้เงินเพียง 27,000 บาท แต่คุณสามารถมีวงเงินรักษาตัวเองจำนวน 3,000,000 ล้านบาท ตั้งแต่ปีแรกของการจ่ายเบี้ยประกันสุขภาพ และยังมีเงินชดเขยในการรักษาตัวอีกวันละ 1,000 บาท

คุณเริ่มเห็นภาพหรือยัง ที่ผมบอกว่า การถ่ายโอนความเสี่ยงไปให้บริษัทประกันภัยคืออะไร

นอกจากนั้นในการทำประกันสุขภาพยังมีประโยชน์ข้ออื่นๆ อีก ซึ่งผมขอสรุปประโยชน์ในการทำประกันสุขภาพดังนี้

  1. คือเบาะรองรับค่ารักษาพยาบาล ในยามฉุกเฉิน ทำให้ไม่ประสบปัญหาสภาพคล่องทางการเงิน เมื่อเราต้องเข้ารับการรักษาตัว
  2. มีวงเงินที่แน่นอน ในการรักษาพยาบาล ซึ่งเราสามารถทราบล่วงหน้า ทำให้ง่ายต่อการวางแผนการรักษา เราจึงสามารถเลือกโรงพยาบาลและวิธีการรักษาให้สอดคล้องกับวงเงินที่เรามี
  3. ทำให้การเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเป็นไปอย่างรวดเร็วและราบรื่น เมื่อโรงพยาบาลทราบว่าผู้ป่วยมีการทำประกัน ทางโรงพยาบาลก็สามารถรับตัวเข้ารักษาได้ทันทีเพราะไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย
  4. มีวงเงินชดเชยรายวัน ในขณะที่เรารักษาตัวและไม่สามารถทำงานได้ เช่น ถ้าคุณเป็นแม่ค้า แม้คุณไม่ได้เปิดร้านขายของในช่วงที่พักรักษาตัวที่โรงพยาบาล รายได้ของคุณก็ยังได้รับการชดเชยด้วยวงเงินนี้ ( ถ้าคุณซื้อชดเชยรายได้เพิ่มในแบบประกันของคุณ )
  5. ทำให้มีกำลังใจในการรักษา เช่น ถ้าคุณพบว่าคุณเป็นมะเร็งระยะลุกลาม
    1. กรณีที่1 คุณมีเก็บ 10 ล้าน กับ
    2. กรณีที่ 2 คุณมีเงินเก็บเพียง 7 ล้าน แต่คุณซื้อประกันสุขภาพไว้มีวงเงินในการรักษาตัว 10 ล้าน

กรณี ที่ 2) คนไข้ย่อมมีกำลังใจมากกว่า เพราะรู้ว่าในการรักษานั้น เขามีวงเงินรักษา 10 ล้านบาท โดยไม่ต้องมายุ่งกับเงินเก็บของเขาเลย ในขณะที่ กรณีที่ 1) จะเริ่มกังวัลเรื่องค่าใช้จ่ายทันที

  1. คุณจะมีตัวแทนประกันภัย มาเป็นที่ปรึกษาและเพื่อนในยามที่คุณต้องการกำลังใจ

เกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นวัฏจักรของมนุษย์ทุกคน เพียงแต่ความเจ็บป่วยไม่ได้บอกเราล่วงหน้าว่าจะมาเมื่อไหร่ บางคนซื้อประกันสุขภาพพ้นระยะเวลารอคอย30วันแล้วได้ใช้เลย ในขณะที่บางคนซื้อแล้วยังไม่มีโอกาสได้ใช้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ทุกคนย่อมมีโอกาสได้ใช้เหมือนกันทุกคน เพียงแค่เวลาไหนเท่านั้นเอง คนที่ซื้อแล้วยังไม่ได้ใช้ ก็เปรียบเสมือนจ่ายก่อน แล้วใช้ทีหลัง ไม่มีใครขาดทุนกับการซื้อประกันสุขภาพแน่นอน แต่ถ้าคุณสุขภาพไม่ดี ป่วยเป็นโรคร้ายแรง ถึงเวลานั้นถ้าคิดจะซื้อประกัน ก็คงสายเกินไปเสียแล้ว

” มีแล้วยังไม่ได้ใช้ ก็ย่อมจะดีกว่าต้องการใช้แต่ไม่มี ” 

สนใจทำประกันสุขภาพ ติดต่อ 083-246-3599