ปัญหาเครื่องยนต์ที่เกิดจากความร้อน ทำไมประกันไม่รับผิดชอบ

สำหรับผู้ขับขี่ซึ่งไม่มีความรู้เกี่ยวกับเครื่องยนต์ คือขับได้อย่างเดียวแต่ไม่รู้ถึงกลไกการทำงาน และวิธีการแก้ปัญหาเบื้องต้น ผมอยากจะแนะนำให้อ่านกรณีนี้ไว้เป็นกรณีศึกษา เพราะผลจากการที่ไม่รู้มันแพงมากครับ คือ กรณีที่ความเสียหายเกิดขึ้นกับหม้อน้ำ หรือ เกิดขึ้นกับระบบระบายความร้อน มีหลายๆ ครั้งที่เกิดอุบัติเหตุขึ้นแล้วดูเหมือนรถยนต์ยังสามารถขับต่อไปได้ แต่ท้ายที่สุดเครื่องจะน็อคและมีปัญหาตามมา

โดยส่วนใหญ่เป็นอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นแล้วทำให้หม้อน้ำเสียหาย อาจจะโดยรู้ตัวหรือไม่รู้ตัว ยกตัวอย่างกรณีที่เคยเกิดขึ้น คือขับรถชนสุนัขที่ข้างถนน แต่เนื่องจากเกิดเหตุตอนดึกผู้ขับขี่จึงมิได้จอดแต่ขับต่อไป ตอนเช้าตั้งใจจะขับไปเปิดเคลมและซ่อมที่อู่ แต่เครื่องดับกลางทาง , ขับไประหว่างทางมีเศษเหล็กกระเด็นถูกหม้อน้ำแต่ไม่รู้ตัว มารู้ตัวอีกทีเครื่องดับ หรือแม้กระทั่งเกิดอุบัติเหตุเสียหายด้านหน้า พนักงานเคลมมาเปิดเคลม แต่ไม่สามารถเปิดฝากระโปรงหน้าได้ เกรงว่าเปิดแล้วจะปิดไม่ได้ จึงเปิดเคลมให้แล้วให้ใช้รถต่อไป ต่อมาเครื่องดับ หรือเป็นกรณีอื่นๆ ในลักษณะเดียวกันที่ลงท้ายด้วยเครื่องดับ

ทราบหรือไม่ว่าก่อนที่เครื่องจะดับในทุกกรณีนั้น ถ้าเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับความร้อนภายในเครื่องมันจะมีสัญญานบ่งบอกทุกครั้ง ตั้งแต่เกย์ความร้อนส่งสัญญานเตือน , เหยียบคันเร่งแต่เร่งไม่ขึ้น เครื่องสั่นและมีเสียงแปลกๆ ถ้าคุณพบสัญญานเตือนเหล่านี้สิ่งที่คุณต้องทำคือ ดับเครื่องทันที อย่าฝืนขับรถต่อไปเป็นอันขาด เพราะมันจะนำมาซึ่งความแตกต่างของค่าซ่อมแซมอย่างมโหฬาร คือในกรณีที่คุณดับเครื่องแล้วปล่อยให้เครื่องเย็นลงจึงค่อยๆเติมน้ำเข้าหม้อน้ำ คุณก็สามารถขับรถต่อไปที่อู่ได้ หรือถ้าไม่แน่ใจก็เรียกรถยกมายกเข้าอู่ ค่าซ่อมอย่างมากก็แค่หม้อน้ำหรือชิ้นส่วนอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ซึ่งทางประกันเขารับผิดชอบหมดแม้กระทั่งค่ารถยก

แต่ในทางกลับกันถ้าคุณไม่ดับเครื่อง แต่ยังคงเหยียบคันเร่งจนเครื่องดับ บอกได้อย่างเดียวว่าคุณต้องลุ้นจนตัวโก่ง เพราะถ้าผลจากการที่คุณยังคงฝืนขับต่อแล้วความร้อนที่เกิดขึ้น มันได้ไปทำลายเครื่องยนต์ของคุณ ขอบอกเลยครับว่าประกันภัยจะปฎิเสธความเสียหายในเรื่องเครื่องยนต์ทันที อธิบายง่ายๆ อย่างนี้ว่าความเสียหายเบื้องต้นของคุณอาจจะเพียงหม้อน้ำ แต่เนื่องจากการขับรถต่อไปของคุณจึงทำให้ความร้อนเพิ่มสูงขึ้น อันตรายจากความร้อนนี้อย่างแรกจะไปทำลายประเก็นฝาสูบก่อน คือเครื่องยนต์ของรถนั้นจะถูกห่อหุ้มด้วยเหล็กเป็น 2 ส่วนคือส่วนบนและส่วนล่าง ซึ่งเรียกว่าฝาสูบและเสื้อสูบ โดยทั้ง 2 ส่วนนี้จะมีสิ่งที่ทำหน้าที่ยึดให้เหล็กทั้ง 2 ส่วนติดกัน เรียกว่าประเก็น เพื่อให้ภายในเครื่องยนต์ทำงานเป็นระบบปิด เพราะเครื่องยนต์ต้องสร้างแรงจุดระเบิดมหาศาลสำหรับการเคลื่อนที่ของรถยนต์ หม้อน้ำจึงทำหน้าที่ระบายความร้อนเพื่อให้เครื่องยนต์ทำงานได้อย่างปกติ

ดังนั้นเมื่อตัวระบายความร้อนเกิดขัดข้องก็จะทำให้เกิดความร้อนขึ้นอย่างมากและมันจะไปทำให้เกิดความเสียหายแก่ประเก็น ทำให้ฝาสูบเกิดการเสียรูป แต่ที่น่ากลัวที่สุดคือทำให้ตัวเครื่องยนต์เสียหายเลย ซึ่งค่าซ่อมเหล่านี้มีตั้งแต่หลายหมื่นถึงระดับหลายแสนบาท ขึ้นอยู่กับว่าคุณใช้รถยี่ห้ออะไร ที่สำคัญอย่างที่บอกคือประกันปฎิเสธแน่นอน เพราะเขามองว่าความเสียหายจากอุบัติเหตุนั้นเป็นเพียงความเสียหายเบื้องต้น แต่ความเสียหายที่ตามมาเนื่องจากการฝืนขับรถของผู้ขับขี่นั่นเอง จึงไม่อยู่ในความรับผิดชอบของบริษัทประกัน ดังนั้นเมื่อเราขับรถเป็นเราก็ต้องเรียนรู้ถึงการแก้ปัญหาและระบบการทำงานเบื้องต้นของเครื่องยนต์ด้วยครับ