หลักสุจริตอย่างยิ่ง

เป็นหลักที่กำหนดให้ผู้เอาประกันหรือลูกค้าที่จะทำประกัน มีหน้าที่คือต้องเปิดเผยความจริง ซึ่งความจริงนี้ถ้าบริษัทประกันได้รู้อาจจะปรับเบี้ยสูงขึ้นหรือปฎิเสธไม่รับประกัน ที่เป็นเช่นนี้เพราะข้อมูลที่ถูกต้องจะสามารถทำให้ผู้รับประกันภัย ( บริษัทประกันภัย ) รู้ถึงความเสี่ยงของทรัพย์สินที่ตนเองจะต้องรับประกัน โดยอาจจะมีการปรับเพิ่มเบี้ยประกันในกรณีที่เห็นว่ามีความเสี่ยงสูงแต่พอรับได้ หรืออาจปฎิเสธไม่รับประกันภัยเลย เช่น คุณทรงพล ต้องการประกันอัคคีภัยบ้านของตน โดยใบแบบฟอร์มมีการถามว่าตัวผนังและหลังคามีลักษณะอย่างไร เนื่องจากคุณทรงพลทราบมาจากเพื่อนบ้านว่าถ้าผนังเป็นไม้เบี้ยประกันจะสูงกว่าผนังเป็นปูน ทั้งๆที่คุณทรงพลก็รู้ดีว่าบ้านของตนผนังเป็นไม้ แต่กับแจ้งข้อมูลต่อบริษัทประกันไปว่าผนังเป็นปูน ดังนั้นเมื่อมีการเกิดเพลิงไหม้กับบ้านหลังนี้และภายหลังบริษัทประกันได้ทราบข้อมูลที่แท้จริง บริษัทประกันก็มีสิทธ์บอกเลิกสัญญาได้ ( เนื่องจากสัญญาประกันภัยดังกล่าวเป็นโฆฆียะ ) ปพพ. มาตรา ๘๖๕ ถ้า ในเวลาทำ สัญญาประกันภัย ผู้เอาประกันภัย ก็ดี หรือ ในกรณีประกันชีวิต บุคคลอันการใช้เงิน ย่อมอาศัยความทรงชีพ หรือ มรณะของเขานั้น ก็ดี รู้อยู่แล้ว ละเว้นเสีย ไม่เปิดเผยข้อความจริง ซึ่ง อาจจะได้จูงใจ ผู้รับประกันภัย ให้เรียกเบี้ยประกันภัย สูงขึ้นอีก หรือ ให้บอกปัด ไม่ยอมทำสัญญา หรือว่า รู้อยู่แล้ว แถลงข้อความนั้น เป็นความเท็จไซร้ ท่านว่า สัญญานั้น เป็นโมฆียะ […]

หลักส่วนได้ส่วนเสีย

ถือเป็นหลักที่สำคัญมากในการทำประกันภัย พูดง่ายๆก็คือ ผู้เอาประกันต้องมีส่วนได้หรือส่วนเสียกับทรัพย์สินที่ทำประกันภัย หาไม่แล้วก็จะไม่ผูกพันกับบริษัทประกันให้ต้องชดใช้ค่าเสียหาย ยกตัวอย่างง่ายๆ เพื่อให้เห็นภาพคือ ถ้าสุชาติเป็นเจ้าของบ้าน สุชาติก็ย่อมมีส่วนได้ส่วนเสียกับบ้านหลังนั้น ดังนั้นสุชาติก็สามารถที่จะทำประกันบ้านหลังดังกล่าวได้ แต่ถ้าสมชายเดินผ่านบ้านหลังหนึ่งแล้วมีลางสังหรณ์ว่าบ้านหลังนี้จะถูกไฟไหม้ จึงไปทำประกันบ้านหลังนี้ไว้ แม้ว่าบริษัทประกันจะรับทำเนื่องจากไม่รู้ความจริงว่าสมชายมิได้มีส่วนได้เสียในบ้านหลังนี้ ถ้าต่อมาบ้านหลังนี้ถูกไฟไหม้จริง บริษัทประกันก็ไม่จำเป็นต้องจ่ายเงินให้แก่นายสมชาย เนื่องจากกฎหมายกำหนดไว้ว่า ถ้าผู้เอาประกันภัยมิได้มีส่วนได้เสียในทรัพย์สินที่เอาประกัน ผลคือย่อมไม่ผูกพันคู่สัญญา แล้วขอบเขตของการมีส่วนได้เสียมันเป็นอย่างไร ความสัมพันธ์แบบใดที่ถือว่ามีส่วนได้เสีย – ในฐานะเจ้าของกรรมสิทธ์ คือเป็นเจ้าของ – ในฐานะผู้ทรงสิทธิ์ เช่น ผู้รับจำนอง ผุ้รับจำนำ เจ้าหนี้บุริมสิทธิ์ ผู้เช้าซื้อ – ในฐานะผู้ครอบครอง เช่น ผู้เช่า ผู้ยืม ผู้รับฝาก บุคคลในความสัมพันธ์ต่างๆ เหล่านี้ ถือว่ามีส่วนได้ส่วนเสียกับทรัพย์สินและสามารถทำประกันได้ โดยผู้เอาประกันภัยต้องมีส่วนได้ส่วนเสียขณะทำสัญญาประกันภัย หรือในการประกันภัยบางประเภทก็อนุโลมให้ผู้เอาประกันภัยมีส่วนได้ส่วนสียขณะเกิดภัยได้