เมื่อคู่กรณีมีคนบาดเจ็บเล็กน้อย ไม่ต้องการไปสถานีตำรวจ

กรณีนี้ถือว่าเป็นกรณีที่ นอกเหนือจากความเสียหายเรื่องทรัพย์สินเพราะมีการบาดเจ็บเข้ามาเกี่ยวข้อง ในทางกฎหมายถือว่าเป็นเรื่องของอาญา ซึ่งมีผลให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมีหน้าที่เข้ามารับผิดชอบเรื่องได้โดยทันที ในทางประกันก็จะมีขั้นตอนเข้ามาเกี่ยวข้องอีกมากมาย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับว่าสภาพการบาดเจ็บนั้นมากน้อยเพียงใด ในบางครั้งถ้าเราเป็นฝ่ายผิดและคู่กรณีไม่บาดเจ็บอะไรมากมาย อาจจะแค่ถลอก ( ส่วนใหญ่จะเกิดเหตุกับคู่กรณีที่ขับขี่มอเตอร์ไซต์ ) บ่อยครั้งที่คู่กรณีเรียกค่าเสียหายหลัก หนึ่งพันหรือสองพันบาท เพื่อจะให้แยกย้ายกันไป ผมแนะนำครับว่ายังไงก็ต้องเรียกประกันภัย เหตุผลหรือครับ คือการที่เราจ่ายเงินคู่กรณีไปนั้นโดยหวังว่าจะให้จบเรื่องไม่ต้องไปสถานีตำรวจ แต่ในความเป็นจริงไม่ง่ายขนาดนั้น สมมุติเราให้เขาไป 2,000 บาท ปรากฎว่าผ่านไป 2 วัน คู่กรณีเริ่มมีอาการ และถ้าเขาจำทะเบียนรถเราได้ เขาสามารถไปแจ้งความว่าเราชนแล้วหนีแล้วให้ทางตำรวจตามตัวเรามาได้นะครับ ดังนั้นทางที่ดีที่สุดคือต้องเรียกประกันมาครับ แม้ว่าอาจจะดูเหมือนยุ่งยากคือต้องเสียเวลารอ ต้องสำรองเงินจ่ายไปให้คู่กรณีก่อนแล้วค่อยไปตั้งเบิกกับประกันทีหลัง ( เพราะในทางปฎิบัติพนักงานเคลมไม่มีการนำเงินสดมาจ่ายให้ในที่เกิดเหตุครับ ดังนั้นอุบัติเหตุที่ต้องการจบเรื่องตอนนั้นเลย ทางเราต้องสำรองจ่ายไปก่อนครับ แล้วค่อยไปตั้งเบิก ) แต่ข้อดีก็คือเมื่อเราจ่ายเงินให้คู่กรณีไป ทางประกันจะให้คู่กรณีเซ็นต์สัญญาประนีประนอมยอมความทันที ซึ่งมีผลให้คู่กรณีไม่สามารถมาเรียกร้องเราได้อีก หรือแม้จะเรียกร้องได้ ก็ถือว่าประกันรับรู้ดังนั้นประกันจะทำหน้าที่สู้คดีแทนเราโดยทันทีครับ

รถชนคนบาดเจ็บมาก หรือรถชนคนตาย เสียชีวิต ต้องทำอย่างไร

กรณีนี้ถือว่าเป็นกรณีที่ ร้ายแรงสำหรับการประกันภัย เพราะมีเรื่องของการบาดเจ็บและการเสียชีวิต เข้ามาเกี่ยวข้อง ในทางกฎหมายถือว่าเป็นเรื่องของอาญา ซึ่งมีผลให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมีหน้าที่เข้ามารับผิดชอบเรื่องได้โดยทันที ในทางประกันก็จะมีขั้นตอน และวิธีการเพิ่มขึ้นมาเยอะมาก และ การชดใช้ความเสียหายก็ต้องเอามาจากทั้งในส่วนของ พรบ และ กรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ อยู่ที่ว่าจะบาดเจ็บมากน้อยเพียงใดครับ วาดภาพให้เห็นคร่าวๆ นะครับว่า พอมีการชนขึ้นมาและมีคนเจ็บ ก็จะต้องมีเรื่องของ 1. การนำคนเจ็บส่งโรงพยาบาล 2. การต้องให้ปากคำเบื้องต้นที่สถานีตำรวจ 3. รถที่เกิดเหตุอาจต้องถูกยึดไว้ที่สถานีตำรวจก่อน 4. ต้องมีการถูกตรวจสภาพรถ ซึ่งก็คือค่าใช้จ่าย ที่ทางเราต้องจ่ายเอง ไม่เกี่ยวกับบริษัทประกัน 5. การดูแลรักษา เยี่ยมเยียนคนเจ็บ 6. มีเรื่องค่ารักษาพยาบาล ของคนเจ็บ ใครจะเป็นคนสำรองจ่ายก่อน ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับว่าคาดการณ์ว่าเราเป็นฝ่ายถูกหรือผิด 7. การสอบปากคำทั้งสองฝ่าย ที่สถานีตำรวจ 8. ต้องทำอย่างไรเมื่อเป็นฝ่ายผิด 9. หลักในการจ่ายค่าสินไหมทดแทนของบริษัทประกันภัยและการต่อรองค่าสินไหมทดแทน 10. ทำอย่างไรกับความผิดในคดีอาญา ทั้งหมดนี้ คือขั้นตอนที่คุณต้องพบเจอ ถ้ามีคนเจ็บจากอุบัติเหตุ และ เรื่องถึงสถานีตำรวจ เพื่อให้ง่ายแก่การเข้าใจผมนำเรื่องจริง มาเล่าเป็นเรื่องราว ก็ลองอ่านดูนะครับอาจจะเข้าใจง่ายขึ้น อยู่ในเมนู […]

10 ข้อควรทำ เมื่อคุณผู้หญิงถูกมอเตอร์ไซต์ขี่มาชนรถยามค่ำคืน

การเกิดอุบัติเหตุ ขับรถชนบนท้องถนน แน่นอนย่อมเป็นเรื่องที่ไม่มีใครปรารภนา โดยเฉพาะถ้าคุณคนขับเป็นผู้หญิง ซึ่งเผอิญมาคนเดียว ในเวลาค่ำคืน แล้วถูกรถมอเตอร์ไซต์ขับมาเฉี่ยวชน จะมีวิธีการอย่างไร เพื่อให้รอดพ้นสถานการณ์เช่่นว่านี้มาได้ปลอดภัย 1. ห้ามเปิดประตูรถลงไปเด็ดขาด 2. ดูว่าที่เกิดเหตุมีความปลอดภัยหรือไม่ ถ้าไม่ ให้ 3. เก็บรายละเอียดให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ เช่นยี่ห้อ สี และทะเบียนรถคู่กรณี ถ้าทำได้ควรถ่ายรูปรถคู่กรณีให้เห็นทะเบียน 4. โทรแจ้งบริษัทประกันภัย แล้วแง้มกระจกเพียงเล็กน้อยเพื่อบอกคู่กรณีว่าแจ้งประกันภัยแล้ว 5. ถ้าเห็นว่าไม่ปลอดภัย ให้ขับรถไปยังที่ที่คิดว่าปลอดภัยโดยทันที 6. ถ้าคู่กรณีตามมา และพนักงานเคลมมาแล้วก็ให้เปิดเคลมตามปกติ 7. แต่ถ้าคู่กรณีไม่ขับตามมา ให้นำรายละเอียดรถคู่กรณีพร้อมรูปถ่ายที่มี ไปลงบันทึกประจำวันที่ สถานีตำรวจในพื้นที่ 8. นำบันทึกประจำวันนี้เป็นหลักฐานในการเปิดเคลม อย่างน้อยจะไม่เสียส่วนร่วม 1,000 บาท เพราะเราสามารถระบุคู่กรณีได้ 9. ประโยชน์ของบันทึกประจำวันอีกอย่างคือ เป็นหลักฐานยืนยันได้ ในกรณีที่คู่กรณีไปแจ้งความว่าเราชนแล้วหนี 10. เปิดเคลม กับบริษัทประกันภัย เพื่อนำรถเข้าซ่อม ส่วนอื่นๆ เช่นการเรียกร้องปล่อยให้เป็นหน้าที่บริษัทประกันภัย ถ้าคุณทำเพียงเท่านี้ คุณก็จะปลอดภัยและสามารถแจ้งเคลมได้โดยไม่เสียส่วนร่วม และถ้าคู่กรณีแจ้งความว่าคุณชนแล้วหนีและมาเรียกร้องกับคุณภายหลัง

ลักทรัพย์ ปล้นทรัพย์ ชิงทรัพย์ ต่างกันอย่างไร

ในที่นี้จะขออธิบายเพียงคร่าวๆ เพื่อไม่ให้ข้อความยาวนัก เพราะถ้าจะอธิบายโดยใช้หลักกฎหมาย จะต้องพูดถึงองค์ประกอบทั้งภายนอกและองค์ประกอบภายใน ซึ่งอาจจะทำให้คนที่ไม่มีพื้นฐานทางกฎหมายรู้สึกว่ายุ่งยากเกินไป จึงขอสรุปสั้นๆ เพื่อความเข้าใจ ทั้ง 3 คำนี้ มีฐานมาจากคำว่าลักทรัพย์ โดย ปอ.ม.334 บัญญัติว่า “ผู้ใดเอาทรัพย์ของผู้อื่น หรือที่ผู้อื่นเป็นเจ้าของร่วมอยู่ด้วยไปโดยทุจริต ผู้นั้นกระทำผิดฐานลักทรัพย์ “ ในทางกฎหมายคือผู้กระทำความผิด ได้ทำลายทั้ง กรรมสิทธิ์ และ การครอบครอง ของเจ้าของทรัพย์ครับ คือมีการเอาทรัพย์ของผู้อื่นไป ( เป็นการทำลายการครอบครอง ) และมีเจตนาที่จะเป็นเจ้าของในทรัพย์สินนั้น ( ทำลายกรรมสิทธิ์ ) โดยทุจริต ส่วนคำว่า ชิงทรัพย์ ปอ.ม.339 บัญญัติว่า ” ผู้ใดลักทรัพย์ โดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือขู่เข็ญว่าในทันใดนั้นจะใช้กำลังประทุษร้ายเพื่อ ให้ความสะดวกแก่การลักทรัพย์หรือการพาทรัพย์นั้นไป ให้ยื่นให้ซึ่งทรัพย์นั้น ยึดถือเอาทรัพย์นั้นไว้ ปกปิดการกระทำความผิดนั้น หรือ ให้พ้นจากการจับกุม ผู้นั้นกระทำความผิดฐานชิงทรัพย์ ” การชิงทรัพย์นั้น จะต้องมีการลักทรัพย์เกิดขึ้น แต่มีองค์ประกอบที่เพิ่มขึ้นมาคือ มีการใช้กำลังประทุษร้าย หรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้ายในทันทีทันใด โดยอาจกระทำด้วยวาจาหรือกิริยาท่าทางก็ได้ […]

ถาม-ตอบ เกี่ยวกับการเปลี่ยนยาง ?

คำถาม : เกี่ยวกับการเคลมยางว่า สามารถขอรับเป็นเงินสดจากบริษัทประกันภัยได้ไหม แล้วค่อยไปเปลี่ยนเองพร้อมกันทีเดียว 4 เส้น ตอบ : โดยปกติการเคลมค่าสินไหมกับบริษัทประกันภัยนั้นจะต้องมีการหลักฐานการจ่ายมาแล้วทางประกันจึงจะจ่ายค่าสินไหมคืนให้ ดังนั้นในส่วนนี้ก็คือต้องมีการเปลี่ยนยางเส้นที่เสียมาก่อน โดยต้องนำใบเสร็จพร้อมกับรถยนต์ที่เปลี่ยนยางแล้วเข้าไปที่บริษัทประกันภัยเพื่อตั้งเบิก ในกรณีที่ต้องการเปลี่ยนทั้ง 4 เส้น ก็ต้องออกค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนยางทั้ง 4 ไปก่อน โดยจะเบิกคืนได้แค่เส้นเดียว และไม่เต็มราคา เนื่องจากยางจะมีค่าเสื่อม บริษัทประกันภัยจะจ่ายคืนให้เพียง 50% ของราคายางที่เปลี่ยนมา ข้อมูลเพิ่มและข้อสังเกตุ ถ้าต้องการเปลี่ยนทั้ง 4 เส้น ให้ ทางร้านแยกใบเสร็จมาเป็น 2 ใบ คือ 1 เส้น สำหรับประกันภัย และ 3 เส้น สำหรับเราเอง เพราะในกรณีที่เรานำไปเสร็จไปทำประโยชน์ได้จะไม่ถูกบริษัทประกันเอาไป ถ้าแผลที่เกิดกับยางสามารถปะได้ แสดงว่าการเกิดเหตุนี้จะไม่สามารถเคลมยางได้ เนื่องจากการเคลมยางส่วนใหญ่ จะเป็นอุบัติเหตุที่ทำให้ยางเกิดการระเบิด เช่น กระแทกหลุมจนระเบิด ดังนั้นถ้าความเสียหายที่เกิดขึ้นสามารถปะยางได้ ก็จะไม่เข้าข่ายควาคุ้มครอง

เจาะลึกขั้นตอนการทำสีรถยนต์รอบคัน

อยากทำสีรถใหม่รอบคัน เพราะว่าเบื่อสีเก่า หรือเป็นเพราะรอยขีดข่วนกวนใจทำให้มองดูแล้วไม่สวยงามเหมือนตอนที่ซื้อมาใหม่ หลายท่านคงเคยศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการทำสีรถยนต์มาพอสมควรแล้ว จะเห็นได้ว่าการที่จะเปลี่ยนรถสีเก่าให้เป็นรถสีใหม่นั้นความนานของการทำสีขึ้นอยู่กับอู่ว่า อู่นั้นใช้สีประเภทแห้งช้า หรือ แห้งเร็ว ซึ่งสีแห้งช้าและสีแห้งเร็วต่างกันคือ สีแห้งช้ามีขั้นตอนในการทำงานละเอียดกว่า และความคงทนของสีนานกว่าสีประเภทแห้งเร็ว จริงๆแล้วรถบางคันต้องใช้เวลา 2 – 3 อาทิตย์ บางอู่จะนัด 1 เดือนขั้นต่ำ วันนี้เรามีขั้นตอการทำสีรถมาฝากค่ะ 1.ล้างทำความสะอาดตัวรถรอบคัน 2. พ่นสีพื้นหรือสีเกาะเหล็กรอบตัวรถทั้งหมด 3. พ่นสีโป้วทับบริเวณที่พ่นสีพื้นไว้ เพื่อทำให้รถบริเวณนั้นเรียบ ลดการเกิดสนิมและการยุบตัวของรถเวลาเกิดอุบัติเหตุ ทิ้งให้สีโป้วเย็นตัวลง แล้วนำรถเข้าห้องอบสีโป้ว อบด้วยความร้อน 60 -70 C ประมาณ 5 นาที นำรถมาจอดทิ้งไว้ที่อุณหภูมิปกติประมาณ 2 – 3 วัน เพื่อให้สีโป้วแห้งสนิทตามธรรมชาติ 4. ขัดสีโป้ว ( ใช้น้ำธรรมดาขัด ) เพื่อดูว่ายังมีรอยแผลอยู่หรือเปล่า ใช้เวลาขัดประมาณ 2 – 3 วัน กรณีที่มีแผลจะกลับไปทำในขั้นตอนที่ 2 […]

ข้อแตกต่างระหว่างอะไหล่แท้ อะไหล่เทียม

แน่นอนว่าอะไหล่รถนั้นย่อมมีทั้งของแท้และของเทียม ซึ่งสิ่งที่สำคัญที่ทำให้มีของเทียมก็คือ อะไหล่แท้มักมีราคาแพง แต่ก็แน่นอนความสวยงามและความคงทนถาวร ย่อมมีมากกว่าด้วย ตามราคาที่ต้องเสียไป แต่ในบางครั้งทั้งของแท้และของเทียมเมื่อดูด้วยตา ก็มีความใกล้เคียงกันมาก แต่เมื่อเวลาผ่านไป สิ่งที่เห็นจะเป็นตัวบอกเองว่าเป็นของแท้หรือของเทียม โดย ข้อแตกต่างระหว่างอะไหล่แท้กับอะไหล่เทียม คือ 1. อะไหล่แท้มีความสวยงามมากกว่า 2. อะไหล่แท้คุณภาพ และความคงทนย่อมมีมากกว่า 3. อะไหล่สามารถนำมาเข้ารูปได้โดยทันที คือไม่ต้องปรับแต่งอะไรมากสามารถทำสีและประกอบได้เลย ในขณะที่อะไหล่เทียมนั้นจะไม่เข้ารูป เมื่อนำมาจะต้องมีการปรับแต่ง เช่นอาจจะต้องตัด หรือปรับรูปทรง ซึ่งทำให้การเข้ารูปกับตัวถังไม่สมบูรณ์ 100% 4. อะไหล่ประหยัดเวลาและขั้นตอนในการทำงาน เนื่องจากไม่ต้องปรับแต่งอะไรมากมาย ชิ้นงานก็จะไม่ช้ำ หมายเหตุ การเปลี่ยนอะไหล่ว่าจะเป็นอะไหล่แท้มือหนึ่ง อะไหล่แท้มือสอง หรือ อะไหล่เทียมนั้น ทางประกันจะดูจากองค์ประกอบรถยนต์คันนั้นๆเป็นสำคัญ เช่นอายุการใช้งาน ลักษณะความเสียหาย ประวัติความเสียหายที่เคยเกิดขึ้นลอื่นๆ ซึ่งทางต้องเลือกระหว่างของเทียมมือหนึ่ง กับของแท้มือสอง ผมว่าถ้าได้ของแท้มือสองสภาพดีๆ ก็น่าจะดีกว่าของเทียมนะครับ

ขั้นตอนของการซ่อมแซมแผลบุบของตัวรถ

1. ช่างจะเริ่มจากการสำรวจก่อนว่าแผลที่บุบนั้นเกิดขึ้นที่ส่วนใดของตัวรถ เพราะตำแหน่งของชิ้นงานที่จะซ่อมโดยการเคาะนั้นย่อมมีความยากง่ายต่างกัน เช่นถ้าเป็นบังโคลนหลัง จะทำการเคาะได้ยากกว่าส่วนอื่นเนื่องจาก การนำอุปกรณ์และมือเข้าทำการเคาะนั้นจะเป็นไปได้ยาก เนื่องจากมีเนื้อที่ค่อนข้างเล็ก นอกจากนั้นลักษณะของแผลก็มีผลต่อความยากง่าย คือถ้าแผลเกิดขึ้นที่บริเวณสัน หรือมุม ก็ต้องมีการใช้ความชำนาญมากยิ่งขึ้น 2. เมื่อพิจารณาตำแหน่งที่จะเคาะเสร็จแล้ว ก็จะเริ่มลงมือโดยการถอดชิ้นส่วนของตัวรถในส่วนนั้น เช่นตัวกิ๊บ ที่ยึดติดชิ้นงานนั้นกับตัวถัง ที่ต้องทำเช่นนี้เพื่อจะให้มือและอุปกรณ์สามารถสอดเข้าไป เพื่อทำการเคาะได้ โดยชั่งที่ชำนาญการจะสามารถคำนวนระยะเวลาที่ใช้ในการเคาะได้เลย เมื่อดูจากแผลและชิ้นงาน 3. ลงมือเคาะ เป็นขั้นตอนที่ต้องใช้ความชำนาญมากที่สุด เพราะหมายถึงความสวยงามของชิ้นงานที่จะได้รับ นอกจากนั้นยังสามารถประหยัดเวลา และทำให้สีของรถได้รับผลกระทบน้อยที่สุดด้วย ดังนั้นช่างที่มีความชำนาญในขั้นตอนนี้จึงต้องอาศัยประสบการณ์และความปราณีตอย่างสูง เพราะถ้าช่างเคาะมีความชำนาญมากเท่าไหร่ ช่างสีที่จะรับงานต่อไปก็จะยิ่งเบาแรงมากขึ้นเท่านั้น 4. เมื่อทำการเคาะเสร็จและ ก็จะเป็นขั้นตอนของการนำรถเข้าไปทำสี ซึ่งได้กล่าวไปแล้ว

ประกันภัยกับแผลบุบ

แผลบุบนั้น ถือเป็นอีกลักษณะหนึ่งของความเสียหายที่เกิดกับรถ โดยระดับของการชนหรือการกระแทก ก็จะทำให้เกิดความเสียหายที่ต่างกัน แต่ความเสียหายที่เห็นถ้าทางประกันมองว่ายังสามารถที่จะซ่อมแซมได้ ทางประกันก็จะเขียนลงในใบเคลมว่าบุบ หรืออาจใช้สัญลักษณ์ว่าตัว B เริ่มจาก B1 ซึ่งหมายถึงบุบเล็กน้อย ไล่เรียงกันไปถึง B3 ซึ่งหมายถึงบุบมากวิธีการซ่อมของอู่สำหรับความเสียหายลักษณะนี้ก็คือ การเคาะ ในส่วนที่เสียหายเพื่อให้เข้ารูปนั่นเอง ซึ่งการซ่อมนี้ต้องใช้ช่าง ที่มีความรู้และมีความชำนาญอย่างมาก เพื่อที่จะทำให้ชิ้นงานกลับมาอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ที่สุด

ขั้นตอนในการทำสีรถยนต์

ในการทำสีรถยนต์นั้น ถ้าจะให้ได้งานที่มีคุณภาพ นอกจากต้องใช้สีที่มีคุณภาพสูงแล้ว ขั้นตอนการพ่นสีก็ต้องพิธีพิถันและปราณีตด้วย ต้องระมัดระวังทั้งเรื่องความสะอาด อุณหภูมิ เวลาที่ใช้ในการพ่น และ รายละเอียดปลีกย่อยอื่นๆ ซึ่ง ช่างที่ชำนาญการและมีความใส่ใจในการพ่นจะให้ความสำคัญในทุกๆ ขั้นตอน ซึ่ง ขั้นตอนของการพ่นสีรถยนต์ คือ 1. ทำความสะอาดพื้นผิวบริเวณที่เป็นแผลด้วยน้ำยาทำความสะอาด เพื่อเก็บครบไขมันและสิ่งตกค้าง 2. เปิดปากแผลด้วยเครื่องขัดหัวกลม 3. ใช้ปื่นเป่าลมทำความสะอาดชิ้นงานและเช็ดด้วยน้ำยา 4. โป้วสีลงบนชิ้นงานตามสภาพความเสียหาย ประมาณ 3-4 เที่ยว เพื่อสีโป้วเกาะติดกับชิ้นงาน 5. อบสีโป้วด้วยเครื่องอบอินฟาเรด ระยะห่างจากชิ้นงาน 60 – 70 cm. ใช้เวลา 5 นาที ที่ความร้อน 70 – 80 Cและปล่อยให้แห้งที่อุณหภูมิทั่วไป รอสีโป้วเย็นตัวลง 5 นาที 6. ขัดเปิดหน้าสีโป้วและปรับสีผิวสีโป้วให้เรียบเสมอชิ้นงาน และทำความสะอาดพื้นผิวที่ขัด 7. พ่นสีรองพื้น 2-3 เที่ยว เพื่อป้องกันไม่ให้สีพื้นซึม โดยแต่ละเที่ยวต้องทิ้งช่วง 2-3 […]

1 2