ทำไม พรบ ควรเป็นบริษัทเดียวกับ กรมธรรม์ประกันภัย

เนื่องจากว่าความคุ้มครองตาม พรบ.รถยนต์ จะคุ้มครองช่วยเหลือในกรณีที่มีการบาดเจ็บและเสียชีวิต ซึ่งในบางครั้งวงเงินที่ได้รับจาก พรบ.นั้น อาจไม่เพียงพอ ในการเจรจาต่อรองกับคู่กรณี ในกรณีที่คุณเป็นฝ่ายผิดและคู่กรณีของคุณได้รับบาดเจ็บต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล ดังนั้นถ้าคุณทำประกันประกันรถยนต์ภาคสมัครใจ ( คือประเภท 1,2,3… ) กรมธรรม์ภาคสมัครใจจะเข้ามาทำหน้าที่ในส่วนที่เกินวงเงินใน พรบ.ให้ การที่คุณทำประกัน พรบ. และ กรมธรรม์ภาคสมัครใจกับบริษัทประกันเดียวกัน จะทำให้คุณไม่ต้องไปเริ่มต้นในการเล่าเรื่องราว พร้อมทั้งขั้นตอนด้านเอกสารกับบริษัทประกันใหม่ที่คุณซื้อ กรมธรรม์แยกออกไป และไม่ต้องติดต่อประสานงานถึง 2 บริษัทประกันภัย เพราะถ้าเป็นบริษัทประกันเดียวกันก็จะทราบเรื่อง ตั้งแต่เกิดเหตุครั้งแรก การดำเนินการต่อก็จะสะดวกและต่อเนื่อง ซึ่งจะง่ายและสะดวกกับตัวคุณเองครับ นอกจากนั้น การที่คุณซื้อแต่เพียง พรบ. กับบริษัทประกันภัย เวลาที่มีการเกิดเหตุ บริษัทประกันภัยจะไม่ส่งพนักงานออกมาดูแล คุณจะต้องจัดการเรื่องทั้งหมดด้วยตัวคุณเอง และต้องสำรองจ่ายค่าใช้จ่ายไปก่อน ตอนไปตั้งเบิกก็ต้องมีเอกสารมากมาย ที่ขาดไม่ได้แน่นอนคือบันทึกประจำวันจากสถานนีตำรวจ ทั้งๆ ที่บางกรณีอาจสามารถจบได้กับคู่กรณีที่สถานที่เกิดเหตุโดยไม่ต้องไปยุ่งกับสถานีตำรวจ เพราะจะทำให้เรื่องยุ่งยากขึ้น แต่ถ้าคุณซื้อทั้งกรมธรรม์ และ พรบ. กับบริษัทประกันเดียวกัน เวลาเกิดเหตุบริษัทประกันภัยจะส่งเจ้าหน้าที่มาดูแล ดังนั้นเมื่อเจ้าหน้าที่มาที่เกิดเหตุเองเขาก็จะจดบันทึก ซึ่งบางครั้งถ้าการเกิดอุบัติเหตุไม่มีความบาดเจ็บหรือเสียหายมากนัก ก็ไม่จำเป็นต้องไป สถานีตำรวจครับ เห็นหรือยังครับว่าการซื้อ กรมธรรม์ และ พรบ. […]

เอกสารที่ใช้ในการเบิกพรบ กรณีรักษาตัวในโรงพยาบาล

เอกสารที่ใช้ในการเบิก ( กรณีที่รักษาตัวในโรงพยาบาล ) คือต้องนำเอกสารต่างๆ เหล่านี้ไปยื่นให้กับทางโรงพยาบาล ซึ่งจะมีผู้เกี่ยวข้องหลายฝ่าย แต่ละฝ่ายให้นำเอกสารไปยื่นดังนี้คือ ในส่วนของเจ้าของรถ ต้องใช้ • สำเนาบัตรประชาชน • สำเนาทะเบียนบ้าน • สำเนากรมธรรม์รถ ( พรบ.) • สำเนาคู่มือรถ • บันทึกประจำวัน • สำเนาใบขับขี่ ( ถ้ามี ) • กรณีรถใหม่ ( แนบใบเช่าซื้อ ) ในส่วนของผู้ขับขี่ ต้องใช้ • สำเนาบัตรประชาชน • สำเนาทะเบียนบ้าน • สำเนาใบขับขี่ ในส่วนของ ผู้ประสบภัย ต้องใช้ • สำเนาบัตรประชาชน • สำเนาทะเบียนบ้าน กรณีผู้ประสบอุบัติเหตุอายุไม่ถึง 20 ปี • สำเนาบัตรประชาชนผู้ปกครอง • สำเนาทะเบียนบ้านผู้ปกครอง • […]

เอกสารที่ใช้ในการเบิกพรบ กรณีไม่ได้รักษาตัวในโรงพยาบาล

บางกรณีที่เป็นอุบัติเหตุไม่แรงมากนัก เช่นเป็นแผลถลอก แค่ล้างแผล ฉีดยาฆ่าเชื้อ หรือบาดเจ็บลักษณะอื่นที่เป็นเรื่องเล็กน้อย แพทย์อาจอนุญาติให้กลับบ้านได้ โดยไม่ต้องพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล ซึ่งทางคุณไม่ว่าจะเป็นคนเจ็บโดยตรง หรือคู่กรณีที่เป็นฝ่ายผิด ก็จะต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาลไปก่อน ดังนั้นก็ต้องมีการไปเบิกเงินคืนจากบริษัทประกันภัย เอกสารที่ใช้ในการเบิกค่ารักษาพยาบาลที่สำรองจ่ายไปก่อน ( กรณีที่มิได้รักษาตัวในโรงพยาบาล ) • ใบเสร็จค่ารักษาพยาบาล • ใบรับรองแพทย์ ( กรณีเสียชีวิต ใช้ใบมรณะบัตร ) • สำเนาบัตรประชาชน, ชาวต่างด้าวก็ใช้บัตรต่างด้าว • สำเนาบันทึกประจำวันในคดีของเจ้าหน้าที่ตำรวจ • ใบเคลมที่บริษัทประกันภัยออกให้ *** นำไปยื่นที่บริษัทประกัน ซึ่งรับทำพรบ. ให้กับรถฝั่งที่เป็นผู้บาดเจ็บ *** ส่วนระยะเวลาในการทำจ่ายก็จะ แตกต่างกันไปแล้วแต่บริษัทประกันภัยครับ

ทำไม พรบ ควรเป็นบริษัทเดียวกับ กรมธรรม์ประกันภัย

เนื่องจากว่าความคุ้มครองตาม พรบ.รถยนต์ จะคุ้มครองช่วยเหลือในกรณีที่มีการบาดเจ็บและเสียชีวิต ซึ่งในบางครั้งวงเงินที่ได้รับจาก พรบ.นั้น อาจไม่เพียงพอ ในการเจรจาต่อรองกับคู่กรณี ในกรณีที่คุณเป็นฝ่ายผิดและคู่กรณีของคุณได้รับบาดเจ็บต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล ดังนั้นถ้าคุณทำประกันประกันรถยนต์ภาคสมัครใจ ( คือประเภท 1,2,3… ) กรมธรรม์ภาคสมัครใจจะเข้ามาทำหน้าที่ในส่วนที่เกินวงเงินใน พรบ.ให้ การที่คุณทำประกัน พรบ. และ กรมธรรม์ภาคสมัครใจกับบริษัทประกันเดียวกัน จะทำให้คุณไม่ต้องไปเริ่มต้นในการเล่าเรื่องราว พร้อมทั้งขั้นตอนด้านเอกสารกับบริษัทประกันใหม่ที่คุณซื้อ กรมธรรม์แยกออกไป และไม่ต้องติดต่อประสานงานถึง 2 บริษัทประกันภัย เพราะถ้าเป็นบริษัทประกันเดียวกันก็จะทราบเรื่อง ตั้งแต่เกิดเหตุครั้งแรก การดำเนินการต่อก็จะสะดวกและต่อเนื่อง ซึ่งจะง่ายและสะดวกกับตัวคุณเองครับ นอกจากนั้น การที่คุณซื้อแต่เพียง พรบ. กับบริษัทประกันภัย เวลาที่มีการเกิดเหตุ บริษัทประกันภัยจะไม่ส่งพนักงานออกมาดูแล คุณจะต้องจัดการเรื่องทั้งหมดด้วยตัวคุณเอง และต้องสำรองจ่ายค่าใช้จ่ายไปก่อน ตอนไปตั้งเบิกก็ต้องมีเอกสารมากมาย ที่ขาดไม่ได้แน่นอนคือบันทึกประจำวันจากสถานนีตำรวจ ทั้งๆ ที่บางกรณีอาจสามารถจบได้กับคู่กรณีที่สถานที่เกิดเหตุโดยไม่ต้องไปยุ่งกับสถานีตำรวจ เพราะจะทำให้เรื่องยุ่งยากขึ้น แต่ถ้าคุณซื้อทั้งกรมธรรม์ และ พรบ. กับบริษัทประกันเดียวกัน เวลาเกิดเหตุบริษัทประกันภัยจะส่งเจ้าหน้าที่มาดูแล ดังนั้นเมื่อเจ้าหน้าที่มาที่เกิดเหตุเองเขาก็จะจดบันทึก ซึ่งบางครั้งถ้าการเกิดอุบัติเหตุไม่มีความบาดเจ็บหรือเสียหายมากนัก ก็ไม่จำเป็นต้องไป สถานีตำรวจครับ เห็นหรือยังครับว่าการซื้อ กรมธรรม์ และ พรบ. […]

ความคุ้มครองตามขอบเขต ของ พรบ

ความเสียหายเบื้องต้น ตาม พรบ. ( ไม่ว่าเป็นฝ่ายถูก หรือ ฝ่ายผิด ) • กรณีบาดเจ็บ ได้รับชดเชยค่ารักษาพยาบาล และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการรักษาพยาบาล ตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 30,000 บาท • กรณีเสียชีวิต จะได้รับการชดใช้เป็นค่าปลงศพ และค่าใช้จ่ายอันจำเป็นเกี่ยวกับการจัดการศพจำนวน 35,000 บาท • กรณีสูญเสียอวัยวะ หรือทุพพลภาพถาวร จะได้รับค่าสินไหมทดแทนจำนวน 35,000 บาท *** กรณีเสียชีวิตหลังการรักษาพยาบาล จะได้รับการชดใช้เป็นค่ารักษาตามจ่ายจริงแต่ไม่เกิน 30,000 บาท และค่าปลงศพ 35,000 บาท รวมแล้วต้องไม่เกิน 50,000 บาท*** ส่วนที่เกินจากความเสียหายเบื้องต้น ( ฝ่ายที่ถูกเท่านั้นจึงจะได้รับ ) • กรณีบาดเจ็บ ได้รับชดเชยค่ารักษาพยาบาล และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการรักษาพยาบาล ตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 80,000 บาท • กรณีเข้ารับการรักษาพยาบาลในฐานะคนไข้ใน ได้ค่าชดเชยรายวัน 200 บาท/วัน จำนวนรวมกันไม่เกิน […]

ความหมายบางคำที่ควรรู้ เกี่ยวกับ พรบ

ความหมายที่ควรทราบเกี่ยวกับ กรมธรรม์ภาคบังคับ หรือ พรบ. ตัวนี้ก็คือ 1.ผู้ประสบภัยจากรถ หมายถึง • ผู้ซึ่งได้รับอันตรายต่อ ชีวิต ร่างกาย หรืออนามัย • เนื่องมาจากรถที่ใช้หรืออยู่ในทาง • เนื่องจากสิ่งที่บรรทุกหรือติดตั้งในตัวรถ • และรวมถึงทายาทโดยธรรมของผู้ประสบภัยซึ่งถึงแก่ความตาย 2.ผู้ซึ่งอยู่ในรถ หมายถึง • ผู้ซึ่งอยู่ใน หรือบน หรือส่วนใดส่วนหนึ่งของรถ • ผู้ซึ่งกำลังขึ้นหรือกำลังลงจากรถนั้นด้วย 3. ค่าเสียหายเบื้องต้น หมายถึง • ค่ารักษาพยาบาล ค่าใช้จ่ายอันจำเป็นเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล • ค่าปลงศพ ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการปลงศพ • รวมทั้งค่าเสียหายและค่าใช้จ่ายที่จำเป็นอย่างอื่นเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประสบภัยในเบื้องต้น ( ซึ่งบริษัทประกันต้องจ่ายให้แก่ผู้ประสบภัย หรือ ทายาท ภายใน 7 วันนับตั้งแต่มีการร้องขอ โดยไม่ต้องรอพิสูจน์ความถูกผิด )

ความหมายและที่มา ของ พรบ.

คำว่า พรบ. ในทางประกันภัยที่เรียกกันอย่างติดปากทุกวันนี้ ที่จริงแล้วมีความหมายมาจากคำว่า พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ ซึ่งถูกตราเป็นกฎหมายมาตั้งแต่ปี 2535 นั้นเองครับ แต่ก็มีการเปลี่ยนแปลงและแก้ไขรายละเอียดมาเรื่อยๆ จนถึงปัจจุบันนี้ โดยหลักๆ ก็คือ พระราชบัญญัติฉบับนี้จะคุ้มครองผู้ประสบภัย ที่ได้รับความเสียหายอันมีสาเหตุมาจากรถยนต์นั่นเอง โดยจะเป็นคนเดินถนน หรือ คนใช้รถบนท้องถนนไม่ว่าจะเป็นผู้ขับขี่หรือผู้โดยสาร ก็ได้รับความคุ้มครองทั้งหมด แม้ไม่ทราบว่าผู้ก่อเหตุเป็นใคร ผู้เสียหายก็ยังได้รับความคุ้มครอง สำหรับ พรบ ตัวนี้ ในทางประกันภัยเรียกว่า กรมธรรม์ภาคบังคับ สาเหตุที่ กม. บังคับให้รถทุกคันต้องทำก็เพื่อ 1.คุ้มครองและช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากรถ ให้ได้รับการชดใช้ค่าสินไหม 2. เพื่อเป็นหลักประกันว่าสถานพยาบาล จะได้รับค่ารักษาอย่างแน่นอน 3. เพื่อให้ธุรกิจประกันภัย มีส่วนร่วมในการแบ่งเบาภาระของรัฐบาล ด้านสวัสดิสงเคราะห์ จริงๆ พรบ.ภาคบังคับ ตัวนี้มีประโยชน์มากนะครับในทางปฎิบัติ เพราะอย่างน้อยก็ช่วยแบ่งเบาค่าใช้จ่ายเรื่องการรักษาพยาบาลให้แก่ผุ้ประสบเหตุทางรถยนต์ โดยเฉพาะผู้ที่มีรายได้ไม่มากนัก อย่างน้อยก็อุ่นใจว่าจะได้รับการดูแลรักษาเบื้องต้นครับ